GeniusSchool
เด็กปฐมวัยทั่วโลกเค้าเรียนอะไรกันบ้างนะ!
ขอบพระคุณทั่วโลกเลยครับ 
อัพเดท 0700 น อิหร่าน อิตาลี สวีเดน ฝรั่งเศส

“อิหร่าน : ระบบอนุบาลพึ่งมีเมื่อ 10-15 ปีมานี่เอง ก่อนหน้านี้เด็กเข้ารร.ตอนอายุ 7 ขวบ เข้าป.1 เด็กทุกคนจะสตาร์ตเหมือนกันตรงที่ไม่มีความรู้ด้านวิชาการเลย แม้แต่การรู้จักตัวอักษร (เหมือนเด็กอ.1 ที่ไปโรงเรียนวันแรก) เขาจะพยายามให้เด็กอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด ก่อนจะถึงวัยเรียนจริงๆ เพื่อสร้างความพร้อม และพัฒนาการที่ดี ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ เด็กจะอยากไปจะเรียนมากกว่าเด็กที่เหน็ดเหนื่อยจากการเรียนวิชาการหนักๆในวัยก่อนประถมมาแล้ว พอถึงเวลาเข้าป.1 จะกลายเป็นเด็กไม่อยากไปรร.
ปัจจุบัน บางโรงเรียนจะมีชั้นอนุบาล แต่ไม่ได้บังคับให้เด็กทุกคนต้องเรียนอนุบาลมาก่อน (รัฐบาลไม่บังคับให้เรียนอนุบาล) เพราะเด็กป.1 ที่อิหร่านพึ่งจะเริ่มรู้จักอักษร (ภาษาอิหร่าน)เหมือนกันทุกคน ไม่ว่าจะเรียนอนุบาลหรือไม่ได้เรียนมาก็ตาม เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ (ABC) ตอนป.3
เด็กอนุบาลจะเล่นกับเพื่อนๆ และครู ร้องเพลง ท่องบทสวดสั้นๆของศาสนาอิสลาม ทำงานฝีมือเล็กๆน้อยๆ ปลูกผักและต้นไม้ สำรวจโลกนอกห้องเรียน ดูการ์ตูน หรือละครตุ๊กตาที่ครูแสดง ฟังนิทาน ฯลฯ เท่านั้น เวลาเรียนของอนุบาลส่วนใหญ่ที่อิหร่านตั้งแต่ 8.30-9.00 ถึง ประมาณ 12.00-13.00 เท่านั้น”

“อิตาลีเอาสั้นๆนะคะ เพราะประเทศอื่นพูดไปหมดแล้ว 5555
อนุบาลไปเล่นค่ะ ไม่มีสอนอ่านเขียนหรือวิชาการ
เข้าป.1 ตอน 6 ขวบ เริ่มสอนอ่านเขียน 
ตอนนี้อยู่ป.2 อ่านเขียนได้ คณิตศาสตร์ถึงการบวกลบเลขสองหลักไม่เกิน 100
เรียนสบายๆค่ะ หลังเลิกเรียนไม่มีเรียนพิเศษวิทย์ คณิต อังกฤษ มีแต่พาไปทำกิจกรรมตามความสนใจ เช่น ศิลปะ ดนตรี กีฬา”

“ฝรั่งเศส อนุบาลที่นี่ ไม่เน้นอ่านออกเขียนได้ค่ะ แต่เน้นกิจกรรมเสริมพัฒนาการตามวัย รู้จักดูแลตัวเอง แต่งตัวเองได้ รู้จักเล่นกับคนอื่น วิ่งเล่น ระบายสี กิจกรรมสร้างสรรค์ ร้องเพลง ทำกิจกรรมตามเทศกาลต่าง ๆ 
เรื่องการอ่านเขียน ในหลักสูตรบอกแค่ว่า จบอนุบาล 3 ให้รู้จักแยกแยะชนิดของอักษร เช่น พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก ตัวเขียน รู้จักชื่อต้นของตัวเอง (หรือเพื่อน ๆ) เขียนชื่อตัวเองได้”

“สวีเดน เริ่มรับเข้าเนอสเซอรรี่ที่ 1 ขวบครึ่งเพื่อช่วยพ่อแม่ที่ต้องทำงานบางคน แต่ไม่บังคับ ส่วนใครที่พ่อ หรือแม่ ว่างงาน ฝากเนอสได้แค่ 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่มีแยกเนอสเซอรรี่หรือ รร.อนุบาล เรียนร่วมกันหมด กลุ่มนึงมีประมาณ 15 คน ต่อครู 3 คน มีตั้งแต่อายุ ขวบกว่า ถึง 5 ขวบ (แต่มีเนอสบางที่ จะแยกอายุเป็นกลุ่มๆ )
ทำอะไรบ้างที่เนอสเซอรรี่และรร.อนุบาลของสวีเดน เล่น เล่น และเล่น ปีนเขา เดินป่า เล่นหิมะ ขุดดิน ไม่ต้องแบกกระเป๋านักเรียนไปรร. แต่แบกอุปกรณ์ตามฤดูไปเล่นค่ะ ตอนนี้หน้าหนาวแบกหมวกกันน็อคไปเล่นหิมะค่ะ พออายุ 6 ขวบ จะไปเข้าชั้นเตรียมประถม ก็เล่นเช่นเดิมค่ะ 7 ขวบเริ่ม ป.1 เข้าเรียน 8.โมง เลิกเรียนบ่ายโมง ไม่มีสอบเก็บคะแนน ไม่มีสอบวัดความรู้ ไม่มีสอบเลื่อนชั้นจนกว่าจะ ป.4 ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเล่าเรียน ค่าเทอม เพราะเป็นรัฐสวัสดิการ แต่เนอสเซอรรี่เสียเงินค่ะ เพราะไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ ใครจะไปต้องออกค่าใช้จ่ายเองค่ะ”

“ขอแชร์ที่ญี่ปุ่นนะคะ อนุบาลไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ แต่อนุบาลที่ญี่ปุ่นไม่มีเรียนค่ะ เน้นเล่นแบบที่คุณหมอเขียนสำหรับเด็ก 3-5 ขวบเลยค่ะ เล่นทราย เล่นของเล่นเสริมพัฒนาการ วาดรูป ระบายสี ร้องเพลง อ่านหนังสือ ฯลฯ คือทั้งวัน (9-15 วันพุธเลิก 14 น.) เล่นอย่างเดียวกับฝึกการเข้าสังคมค่ะ การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน อยู่ในระเบียบสังคม ฝึกข้ามถนนให้ถูกกฎ ฝึกทิ้งขยะแยกขยะ มีฝึกอพยพเตรียมรับแผ่นดินไหว ไฟไหม้ สึนามิ คนแปลกหน้าบุกเข้ามาทำร้าย (ฝึกทุกเดือน) อ้อ มีครูต่างชาติ(อเมริกา)มาสอนภาษาอังกฤษแบบร้องเพลง ศัพท์ง่ายๆ เดือนล่ะ 1-2 ครั้งค่ะ”

“แชร์ที่แคนาดาอีกนิดหนึ่ง พอดีสองปีก่อนได้ไปอยู่แคนาดา 8 เดือน ลูกสาวไปเข้า pre-school อยู่ 3 เดือน (ตอนนั้น 4 ใกล้จะ 5 ขวบ) อยู่แค่ 3 ชั่วโมงต่อวัน เล่นอย่างเดียวเหมือนที่ญี่ปุ่นค่ะ วันๆ ประดิษฐ์นั่นวาดนี่ ติดผลงานไว้เต็มบ้านเลย 
พอครบ 5 ขวบก็เข้า kindergarten ที่นั่น อนุบาลที่นั่นก็เน้นเล่นเหมือนกัน เริ่มเรียนตัวอักษร เน้นอ่านหนังสือ ทำกิจกรรมในห้องนอกห้อง ศึกษาเรื่องวาฬก็ขนกระดูวาฬมาให้เด็กๆ ดูที่โรงเรียน ให้เด็กจับเล่นทีละชิ้น เรียนเรื่องระบบนิเวศน์ชายฝั่ง ก็พาเดินไปชายหาดใกล้โรงเรียน ไปจับปู สร้างแหล่งอาศัยให้ปู เป็นต้น ทุกกิจกรรมพ่อแม่เข้าร่วมได้หมดค่ะ ที่แคนาดาจะตามแต่ใจเด็กๆ มากกว่า คืออยากทำอะไรก็ทำ ตอนนี้ทุกคนวาดรูป แต่ตัวเองไม่อยากวาด อยากทำอาหาร ก็ได้เลย มีห้องครัวเด็กอยู่ข้างๆ”

“ไต้หวัน เด็กที่นี่ไม่ต้องเรียนอนุบาลก็ได้ครบ6ขวบต้องเข้าป.1 ลูกชายเคยเรียนโรงเรียนอนุบาลของรัฐมาเริ่มเข้าตอน 5 ขวบเลย เรียนฟรี รร.เน้นให้เด็กช่วยเหลือตัวเอง และความพร้อมการเข้าสังคม ยังไม่เน้นวิชาการ ไปรรฟังนิทาน วาดรูป และร่วมกิจกรรมกับเพื่อน จะเลือกเรียนแค่ครึ่งวันหรือเต็มวันก็ได้ จบอนุบาลรู้จักเลข1-20 ชื่อตัวเองยังเขียนไม่เป็นค่ะ”

“แคนาดา 4ขวบรร.ใกล้บ้านจะให้เริ่มลงทะเบียนสำหรับเด็กที่จะเข้าอนุบาลตอน5ขวบในปีถัดไป มีการสัมภาษณ์เด็กเพื่อประเมินว่าในเวลา 1 ปี ผู้ปกครองควรเตรียมความพร้อมให้ลูกด้านไหนบ้างก่อนจะเข้าชั้นอนุบาล ซึ่งจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดูแลตัวเองของเด็ก ไม่มีคำถามวิชาการ เช่น การแต่งตัว การรับประทานอาหาร การเข้าห้องน้ำ คำถามแนวว่าเวลาหนาวหรือ เวลาหิวควรทำอย่างไร บุคคลในภาพคือใคร มีหน้าที่อะไร (ตำรวจ, หมอ, ครู) หลังจบการประเมินครูจะให้ถุงคนละ1 ใบ ข้างในมีลูกบอล ดินสอสี หนังสือนิทานหลายเล่ม กระปุกออมสิน ตัวอักษรA-Z เป็นแม่เหล็กติดตู้เย็นค่ะ ครูบอกว่าการประเมินนี้ไม่มีคำตอบถูกหรือผิดเป็นเพียงการวัดว่าเด็กรู้มากแค่ไหนเพื่อครูจะได้เตรียมพร้อมและคำถามที่ใช้เป็นคำถามสำหรับเด็ก 4-6ขวบ ค่ะ หลังจากนั้นรร.จะมีกิจกรรมให้เด็กมาเข้าร่วมทุก1-3เดือนเพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับคุณครู โรงเรียนและเพื่อนๆจนกว่าจะเริ่มเข้าชั้นอนุบาลตอน5 ขวบค่ะ”

“ขอแชร์ในส่วนของประเทศอังกฤษค่ะ เมื่อครบ3 ขวบปุ๊บ เทอมถัดไปก็จะได้สิทธิ์ 15ชม.ฟรี /สัปดาห์ (เนิสเซอรี่/พรีสคูล)อันนี้ไม่บังคับใครอยู่บ้านเลี้ยงลูกไม่อยากไปก็ตามสะดวก หรือจะไปกี่ชั่วโมงกี่วันก็ตามแต่พ่อแม่จะเห็นควรค่ะ
ช่วงอายุ 3-4 ขวบ จะอยู่เนิสเซอรี่/พรีสคูล เล่นๆๆๆและเล่นค่ะ พอครบ 4-5 ขวบ ก็จะเป็นปีแรกในโรงเรียนประถม คือเป็นชั้นเรียนพิเศษที่ให้เด็กเตรียมพร้อมคุ้นเคยกับโรงเรียนประถม ขั้นนี้จะเรียก รีเซฟชั่นคลาส ชั้นนี้จะเตรียมความพร้อมล้วนๆค่ะ
ขอวกกลับมาเล่าเรื่องเนิสเซอรี่ที่ลูกสาววัย3ขวบไป15ชม/สัปดาห์ค่ะ คุณแม่ให้ไป5ชม./วัน พุธ-ศุกร์ 9-14 เดินไปค่ะ เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆใช้เวลา20นาที ถ้าคุณแม่เดินคนเดียวใช้เวลาไม่ถึง10นาทีค่ะ
แต่ละวันกิจกรรมก็จะแตกต่างกันไป แม่ๆก็เลือกวันตามความสุขของลูกๆ เช่นวันพุธร้องรำทำเพลงโดยมีเครื่องดนตรีของเล่นสร้างเสียงต่างให้ได้เคาะได้เขย่า วันพฤหัส เดินป่า เก็บกิ่งไม้ใบไม้สีต่างๆที่ร่วงบนพื้น ชมนกชมไม้ มีการเตรียมขอนไม้ระดับต่างๆให้ปีนป่าย วันศุกร์ ถ้าอากาศเป็นใจก็เล่นฟุตบอลหลากหลายขนาดโยนขว้างที่สนาม เป็นต้นค่ะ และทุกๆวัน จะมีการ อบขนม อบมันฝรั่ง แล้วก็จะแบ่งใส่ถุงน้อยๆให้กลับบ้านคนละชิ้น ทุกวันจะเป็นวันของการล้อมวงนั่งฟังนิทานอ่านหนังสือ และในแต่ละวีค ก็จะให้เด็กๆเลือกหนังสือนิทานที่ชอบมาอ่านกับพ่อแม่ที่บ้านเปลี่ยนเรื่องวนไปในแต่ละวีคค่ะ”

“ตอบในส่วนของแอฟริกาใต้นะคะ ส่งลูกสาวไปโรงเรียนตอน 3.5 ขวบ เหมือนอนุบาลบ้านเรา แต่ที่นี่ไปโรงเรียนแค่ครึ่งวัน 8:00-12:00. โรงเรียนไม่สอนอ่าน สอนเขียนนะคะ จะเป็นการเรียนรู้ผ่านการเล่นมากกว่า หัดผูกเชือกรองเท้า ระบายสี ทำคัพเค้ก นับเลขง่าย ๆ จนตอนนี้ 6 ขวบ เข้าเรียน ป.1 ถึงเริ่มหัดอ่าน หัดเขียนค่ะ เริ่มเรียนเลขด้วย ถ้าอ่านในเอกสารของโรงเรียน เมื่อจบป.1 เด็กควรนับ 1-20 ได้ แค่นั้นเองค่ะ”

“ออสเตรเลีย ซิดนีย์ระบบการศึกษาภาคบังคับเริ่มอายุ 4.5 ขวบค่ะ kindergarten ค่ะ
ก่อนหน้านั้นเป็น nursery พ่อแม่ที่ทำงานก็ส่งลูกไปได้ รัฐบาลช่วยเหลือตามรายได้ของครัวเรือน ไม่มีอ่านเขียน ไปเล่น ไปฟังนิทาน ร้องเพลง เล่นดินเล่นทราย ถ้าร้อนก็เล่นน้ำ เรียนรู้ทุกสิ่งอย่างผ่านการเล่น แต่ละห้องแบ่งแยกเด็กตามอายุ เพื่อจัดกิจกรรมที่เหมาะสมค่ะ แต่ถ้าสถานที่เล็กๆช่วงอายุเด็กก็จะคละกันไปค่ะ”

“ขอตอบของเกาหลีใต้นะคะ ส่งไปเนอสได้ฟรีเพราะรัฐออกเงินให้ แต่ไปเรียนไปเล่นจริงๆค่ะ ไม่มีมานั่งท่องอะไรทั้งนั้น สอนเป็นแนวให้เล่น ให้รู้จักเข้าสังคมมากกว่า จนจะจบอนุบาลนั่นแหละ ถึงสอนเขียนชื่อตัวเอง แต่ก็มีพ่อแม่บางคนที่ห่วงว่าลูกจะไม่ทันเพื่อนตอนเข้าป.1 เลยให้ไปเรียนพิเศษเพิ่มเอาเองค่ะ”

“สาธารณรัฐเชค 3 ขวบเข้าอนุบาลได้แต่ไม่มีการเรียนอะไรทั้งสิ้น เป็นการพัฒนาความพร้อมด้านการช่วยเหลือตนเอง เล่น และออกไปทัศนศึกษา..7 ขวบเข้า ป1 และเริ่มหัดเขียนหัดอ่านตอนนั้น”

“เยอรมัน แรกเข้าkinderkarten 2ขวบขึ้นไป แต่จะไปหรือไม่ไปก็ได้ค่ะ ส่วนใหญ่จะเริ่มไป 2-3ขวบ เพราะพ่อกับแม่ทำงาน และตั้งแต่คลอด แม่มีเวลาหยุดเลี้ยงลูกเองถึงสองขวบ โดยมีรัฐSupportเรื่องค่าใช้จ่ายรายเดือนขั้นต่ำ300ยูโร หรือ 65%ของรายได้เดือนสุดท้ายที่แม่ทำงาน หลังจากลูกเข้าkindergartenสามารถคุยกับหัวหน้างานเรื่องการยืดหยุ่นเวลาทำงานได้ เพราะต้องไปรับลูก
ส่วนเด็กที่ไปkindergartenนั้น ก็ไปเล่นดินทราย ของเล่น เดินป่า กิจกรรมร่วมกับเพื่อน นอนหลับ ร้องเพลง เป็นต้นค่ะ อยู่แบบนี้วนไปจน7ขวบ ถึงจะเข้าเรียนclass1 จึงเริ่มอ่าน-เขียนหนังสือ ตัวเลขและตัวอักษรค่ะ”

“ของอเมริกาเริ่มเข้าอนุบาลตอน 5 ขวบค่ะ เรียนอนุบาลปีเดียวแล้วปีถัดไปเข้าปอหนึ่ง ประเด็นจริงๆไม่น่าจะใช่เข้าอนุบาลหรือไม่เข้า เพราะของต่างประเทศ(และรรไทยบางที่) การไป รร คือการเตรียมพร้อมเด็กในเรื่องรอบตัว ฝึกการทานข้าวเอง เทนมเอง ช่วยครูเก็บทำความสะอาดห้องเรียน หรือเรียนรู้เรื่องสัตว์และสิ่งรอบตัวมากกว่าการเน้นให้คัดตัวอักษรให้สวยหรือต้องบวกเลข 2-3 หลักให้ได้ตั้งแต่อายุแค่ 3-4 ขวบ”

“Nz รัฐบาลให้เรียนฟรี อาทิตย์ละ 20 ชม. หลัง 3 ขวบค่ะ แต่จะไม่เรียนก็ได้ เพราะก็ไปเล่นทราย ปีนต้นไม้ วาดรูป ร้องเพลง พอหลัง 5 ขวบก็เข้า year 1”

“ตุรกี เกณฑ์เข้าโรงเรียน 6 ขวบค่ะ อนุบาลหรือเนิสเซอรี่ ที่นี่ครึ่งวันค่ะ 7.30-12.00น. เต็มที่ไม่เกินบ่ายโมงกว่า 
ส่วนมากไปเล่นซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ไม่ได้เรียนอะไร ฝึกเข้าสังคม การเล่นกับเพื่อน ทานข้าวเอง ร้องเพลง ทำกิจกรรมต่าง ๆ ประมาณนี้ค่ะ 
ถ้าพ่อหรือแม่ทำงานทั้งสองคนก็จะส่งเด็กไปเนิสเซอรี่ค่ะ”

“ขอตอบฝั่งออสเตรเลียคะ..ของออสเตรเลียก็เริ่มchild care ตั้งแต่แบเบาะ แต่เป็นเหมือนที่ฝากเลี้ยงเด็กคะเพราะพ่อแม่ไปทำงาน พอเด็กอายุ3ขวบก็ส่งpre school ใน pre school เด็กมีหน้าที่เล่นอย่างเดียวคะ แต่มี routine ทุกชม. ว่าเด็กต้องทำอะไรบ้าง กิจกรรมก็ต่างกันไปในแต่ละวัน จนถึง 5-6 ขวบก็เข้า kindergarten ที่นี่ kinderแค่ปีเดียว เด็กๆจะเริ่มอ่านเขียนจากตอนนี้คะ สิ่งที่เห็นจากลูกคือ แค่6เดือน อ่าน ออก เขียนได้ เยอะมากๆ จนตอนนี้สอนแม่อ่านละ”

ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก https://www.facebook.com/prasertpp
Home School ศูนย์รวมข้อมูลบ้านเรียน เด็กเรียนโฮมสคูล home school network อนุบาล มัธยมต้น ในไทย
Home School โฮมสคูล เว็บไซต์ศูนย์รวมข้อมูลการเรียนหนังสือที่บ้านหรือโฮมสคูล (Home School) เด็กเรียนโฮมสคูล และรวบรวมข้อมูลบ้านเรียน home school network อนุบาล มัธยมต้น ในไทย