บทความนี้เหมาะสำหรับคนที่มีลูกและคนที่เป็นลูก #เวลาคุณภาพไม่ใช่เพียงแค่เวลาที่อยู่ด้วยกัน

“พ่อแม่ผู้ปกครองควรมีเวลาให้ลูกหลาน” เป็นคำพูดที่เราได้ยินกันบ่อยๆ แต่หมอเชื่อว่ามีหลายคนที่ไม่เข้าใจว่า การที่จะมีเวลาให้เด็กนั้นอย่างไรจึงจะเรียกว่า “เวลาที่มีคุณภาพ” 

บางคนบอกหมอว่ามีเวลาให้ลูกเต็มที่ เพราะอยู่ด้วยกันทุกวัน อยู่บ้านเดียวกัน รับประทานอาหารก็นั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกัน แต่ถ้าดูกันอย่างละเอียดก็คือ แม้ว่าจะมีเวลาที่อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าในแต่ขาดการสื่อสารทางความรู้สึกซึ่งกันและกัน ตรงนั้นไม่ใช่เวลาคุณภาพ

ยกตัวอย่างครอบครัวหนึ่ง พ่อแม่มีกิจการส่วนตัวอยู่ที่บ้าน ลูกๆคนไปโรงเรียนกลับมาก็เจอพ่อแม่อยู่ที่บ้านเสมอ คล้ายจะใกล้ชิดกัน แต่ถ้าไปดูกันให้ละเอียด เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารด้วยกันบนโต๊ะเดียวกันนั่งกันพร้อมหน้าก็จริง แต่ต่างคนก็ไม่ได้พูดคุยกัน พ่ออ่านหนังสือพิมพ์ แม่กดโทรศัพท์ ลูกสาวก็ดูคลิปการ์ตูนในยูทูป ลูกชายกำลังเล่นเกมในโทรศัพท์ เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ต่างคนแยกย้ายกัน ไม่นานก็เข้านอน 

เมื่อไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กัน พ่อแม่จึงไม่รู้ว่าลูกกำลังเป็นอย่างไร พ่อแม่เห็นว่าลูกไปโรงเรียน กลับมานั่งทำการบ้าน แต่ไม่ทราบว่าจริงๆแล้ว ลูกกำลังเครียดเรื่องทะเลาะกันกับเพื่อนที่โรงเรียนอยู่ ลูกเองแม้อยากจะเล่าให้พ่อแม่ฟัง แต่ก็เพราะไม่ได้ใกล้ชิดกันมาก พ่อแม่ก็ดูยุ่งกับงานของตัวเอง ลูกเล่นไปดูยูทูปแก้เครียด

เวลาที่มีคุณภาพ คือ เวลาที่ผู้ใหญ่และเด็กได้แบ่งปันอารมณ์ความรู้สึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวันหรือทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น พูดคุย เล่นกีฬา รับประทานอาหาร ฯลฯ 

ซึ่งอาจไม่ต้องใช้เวลามากมายในแต่ละวัน บางครั้งเวลาที่มีคุณภาพสั้นๆ สักวันละ 15 นาทีหรือครึ่งชั่วโมง ก็อาจมีค่ามากกว่า 24 ชั่วโมงที่อยู่ด้วยกันแต่ขาดซึ่งการแบ่งปันความคิดความรู้สึกซึ่งกันและกัน

ลองมาดูอีกครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวนี้พ่อแม่ทำงานบริษัท กลับบ้านก็ตอนเย็นๆ แต่พ่อแม่กำหนดไว้เลยตั้งแต่ที่ลูกยังเล็กๆว่า ครอบครัวจะมีเวลามาอยู่ด้วยกันทุกวัน อาจรับประทานอาหารเย็นด้วยกันถ้าพ่อแม่เลิกเร็ว แต่ถ้าวันไหนพ่อแม่กลับค่ำมาก ก็จะเป็นอาหารว่างมื้อเล็กๆ ที่ทุกคนในครอบครัวมานั่งพร้อมหน้า และมีกฎของบ้านคือ เวลาที่รับประทานอาหารร่วมกัน แต่ละคนต้องไม่ทำกิจกรรมอย่างอื่น 

พ่อจะให้ลูกเล่าเรื่องราวที่ลูกเจอมาที่โรงเรียน เรื่องไหนที่ลูกชอบ หรือเรื่องไหนที่ลูกไม่สบายใจ เช่นเดียวกัน พ่อแม่ก็จะเล่าเรื่องที่พ่อแม่เจอมาในวันนั้นให้ฟังด้วย ระหว่างที่แต่ละคนเล่าเรื่อง ทุกคนจะรับฟังด้วยความสนใจ รู้สึกว่ามีคนที่พร้อมรับฟังตัวเอง เข้าใจและเป็นที่ปรึกษาซึ่งกันและกัน 

ความรู้สึกมีที่พึ่งพิงทางจิตใจเช่นนี้ มีความสำคัญกับเด็กๆ ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่น มีกำลังใจ พร้อมที่จะเผชิญเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น เพราะรู้ว่ามีคนที่เข้าใจพร้อมรับฟัง และมีเวลาให้เขา ทำให้เกิดความสนิทไว้วางใจกัน

การใช้เวลาที่มีคุณภาพร่วมกัน นอกจากจะเป็นการเรียนรู้กันและกัน ยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีมีความสำคัญ เพราะนำมาซึ่งความรัก ความผูกพันทางจิตใจ 

ความไว้วางใจ ทำให้เวลาที่เด็กๆมีเรื่องอะไรไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี เขาก็จะรู้สึกว่าสามารถที่จะเล่าให้ผู้ใหญ่ฟังได้ ความไว้ใจ เชื่อมั่น ก็จะนำไปสู่ความรักและนับถือ ความเกรงใจ ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีในเวลาที่มีใครมาชักชวนให้เขาทำอะไรที่ไม่ถูกต้องในอนาคต เขาจะคิดถึงพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่เขารักและไว้วางใจก่อน และเขาก็จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ดีเหล่านั้นเพราะเขารู้ว่า จะทำให้ผู้ใหญ่ที่เขารัก เสียใจ และไม่สบายใจ

คุณค่าของเวลาที่มีคุณภาพ มีมากกว่าที่คิด อย่าลืมใส่ใจรายละเอียดในความคิดความรู้สึกของคนรอบข้างเมื่อเขาต้องการจะเล่าอะไรให้ฟัง บางครั้งรอยยิ้มกับคำพูดสั้นๆที่จริงใจของพ่อแม่ก็ทำให้ลูกๆรับรู้ว่ามีคนที่เข้าใจยอมรับ แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่นาทีก็มีค่ามหาศาล
 
#หมอมินบานเย็น
https://www.facebook.com/kendekthai/
Home School ศูนย์รวมข้อมูลบ้านเรียน เด็กเรียนโฮมสคูล home school network อนุบาล มัธยมต้น ในไทย
Home School โฮมสคูล เว็บไซต์ศูนย์รวมข้อมูลการเรียนหนังสือที่บ้านหรือโฮมสคูล (Home School) เด็กเรียนโฮมสคูล และรวบรวมข้อมูลบ้านเรียน home school network อนุบาล มัธยมต้น ในไทย